หลับใต้เงาจันทร์

posted on 07 May 2009 01:34 by chaiha
ใต้แสงเงาของดวงดาวที่พาดผ่านบนฟ้านับล้านดวง
เหล่าแสงเพียงน้อยนิดที่ริบหรี่ที่ส่องผ่านเข้ามาในห้อง
ดูจะสว่างพอจะทำมองเห็นรายละเอียดบนสิ่งต่างๆได้
ริ้วรอยบนใบหน้าของเธอบ่งบอกได้ถึงวันเวลาที่ผันผ่าน
มันได้บอกเล่าถึงชีวิตที่เป็นมาตามอายุขัยของชีวิต
ใบหน้าที่หลับสนิทนอนนิ่งอยู่บนเตียงปราศจากความกังวลใดๆ
จนทำให้ในบางทีเราก็แอบสงสัยไม่ได้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเธอ
สิ่งที่ยังคงแบ่งแยกความเป็นกับความตายออกจากกันได้คงจะมีเพียงเสียงลมหายใจอันแผ่วเบา
เพียงแค่ลมหายใจเพียงน้อยนิดก็สามารถจะดับดวงไฟดวงนี้ลงได้อย่างง่ายดาย

ความมืดในห้องห่อหุ้มตัวของเธอไว้ไม่ต่างอะไรกับแม่ที่อุ้มลูกไว้ในอ้อมอก
เราไม่สามารถจะคาดเดาหรือรู้ได้ถึงอนาคตเพียงวินาทีหรือเศษเสี้ยวที่กำลังจะเกิด
เงาของดวงดาวพาดผ่านเคลื่อนย้ายเกิดลวดลายเล่าเป็นนิทาน
ค่ำคืนที่เวลาเดินไปอย่างไม่หยุดนิ่งเราไม่อาจทราบได้ภายใต้เปลือกตาที่ปิดนิ่งเธอฝันถึงอะไร

เมื่อยามอาทิตย์ใกล้รุ่งย้ำเท้าเข้ามาเธอคงจะเล่าให้ฟัง...

แด่ อาโกแดง จาก ชัย

1.27/07/05/09

edit @ 7 May 2009 11:33:12 by chaiha

สารจากแมลงสาบถึงเจ้าของบ้านผู้เป็นที่รัก
เรื่อง > Lonelyiped

สวัสดีครับคุณเจ้าของบ้าน ผมชื่อสาบศูนย์ เป็นแมลงสาบที่อาศัยอยู่ในบ้านของคุณ ผมมีเรื่องอยากจะเล่าให้คุณฟังครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านสาบดร็อกบา หัวหน้าหน่วยกองปฏิบัติการพิเศษเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์แมลงสาบจาก ปัญหาโลกร้อน ชื่อหน่วยงานยาวมากจนผมเกือบลืมว่าผมจะบอกว่าท่านสาบ
ดร็อกบามอบหมายให้ผมไปคุยกับลุงสาบสิบ ถึงเรื่องวิธีการเอาชีวิตรอดจากโลกร้อนเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ แมลงสาบ ลุงสาบสิบยังแจ๋วจริงๆ ครับ เพราะถึงจะแก่แต่ลุงสาบสิบยังชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวเสมอ เรื่องโลกร้อนนี่ก็ด้วย
จากนี้ไปเป็นบทสนทนาระหว่างผมกับลุงสาบสิบ ผมเห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์กับคุณเจ้าของบ้านผู้ใจบุญที่ให้ผมอยู่ร่วมชายคา เดียวกันกับคุณโดยไม่เอาไบกอนมาพ่นใส่ผม ลองอ่านดูนะครับ
สาบศูนย์: สวัสดีครับลุงสาบสิบ ผมต้องมาคุยกับลุงเพื่อเอาข้อมูลไปทำวิจัยเสนอต่อท่านสาบดร็อกบา
สาบสิบ: สวัสดี แล้วคุณอยากรู้อะไรล่ะ
สาบศูนย์: ผมอยากรู้วิธีที่จะทำให้เผ่าพันธุ์แมลงสาบเราอยู่รอดท่ามกลางปัญหาโลกร้อนครับ
สาบสิบ: ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย แค่ใช้ชีวิตไปตามปกติ อย่าลืมสิว่าแมลงสาบอย่างเรามีชีวิตอยู่มาก่อนไดโนเสาร์ เราอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะชีวิตเราไม่มีข้อจำกัด อยู่ได้ทุกที่ กินได้ทุกอย่าง จริงมั้ย? แมลงสาบอย่างเรารู้จักพึ่งตนเอง เพราะฉะนั้นเราไม่เดือดร้อนเลยไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง
สาบศูนย์: ลุงสาบสิบตอบอย่างนี้ผมก็หมดคำถามเลยครับ
สาบสิบ: อืม… แล้วที่กลัวๆ กันจนต้องตั้งไอ้หน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้นมาเนี่ย รู้มั้ยว่าโลกร้อนคืออะไร?
สาบศูนย์: ก็ได้ยินพวกมนุษย์พูดๆ ว่าโลกร้อน โลกที่เราอยู่มันคงร้อนขึ้นมั้งครับ
สาบสิบ: พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่รู้จักเรื่องโลกร้อน ไอ้คำว่าโลกร้อน จริงๆ โลกไม่ได้ร้อน ไม่ใช่ว่าอุณหภูมิโลกสูงขึ้น แต่เป็นเพราะอากาศที่ห่อหุ้มโลกมันร้อนขึ้น และมนุษย์นี่แหละที่ทำให้อากาศที่ห่อหุ้มโลกเปลี่ยนไป
สาบศูนย์: มนุษย์ทำอะไรหรอครับ
สาบสิบ: อย่างแรกเลยนะ มนุษย์คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโลกเลยไปรุกรานธรรมชาติ อย่างถนนก็เอายางมะตอยมาราด เอาคอนกรีตมาเท น้ำจะไหลก็ไปสร้างเขื่อนกักไว้ มนุษย์ชอบไปถือครองสิทธิ์ยึดเอาว่านี่คือของฉัน ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเป็นของโลก ไม่ใช่ของมนุษย์! อย่างที่สองคือมนุษย์หลงในมายา มายาที่ลวงมนุษย์ต่างๆ นานา ให้หลงใหลในความสะดวกสบาย มนุษย์หันไปใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะคิดว่าพลังงานนี้มันสะดวกสบายดีสะดวกสบายตรงที่มันอยู่ในอำนาจของ มนุษย์ อยากให้มีก็กดเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่พลังงานแสงอาทิตย์มนุษย์บังคับควบคุมไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมนุษย์ควรใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานหลักของ โลก
สาบศูนย์: อ้าว! ผมก็หลงเข้าใจตามมนุษย์ว่าพลังงานแสงอาทิตย์คือพลังงานทดแทนมาตั้งนาน
สาบสิบ: ดูอย่างนาเกลือสิ ที่นั่นใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก พลังงานไฟฟ้ากับน้ำมันต่างหากที่เป็นพลังงานทดแทน! แต่ก็ไม่ควรไปใช้มันนะเพราะมันเป็นพลังงานที่เลวที่สุดในโลก
สาบศูนย์: พลังงานไฟฟ้ากับน้ำมันที่มนุษย์ใช้กันอยู่นี่เลวร้ายขนาดนั้นเลยหรอครับ
สาบสิบ: เลวที่สุดในโลก เพราะการที่จะเป็นพลังงานนี้ดวงอาทิตย์ต้องส่งพลังงานมาที่โลก แล้วเมื่อส่งมาถึงพลังงานแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานน้ำที่จะไหลเวียนรอบโลก เปลี่ยนเป็นพลังงานลม แล้วก็เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เหลือแค่ 0.2 เท่านั้นที่เปลี่ยนเป็นพลังงานชีวภาพ เพราะฉะนั้นต้นไม้เกิดขึ้นบนโลกแค่ 0.2 ของพลังงานดวงอาทิตย์ที่ส่งมายังโลก แล้วไอ้ 0.2 มนุษย์รอให้มันจมดินไปเป็นถ่านหิน ไปเป็นน้ำมัน ไปเป็นก๊าซธรรมชาติ พลังงานมันหายไปอีกตั้งเท่าไร แล้วมนุษย์ก็ไปขุดพลังงานพวกนี้ขึ้นมา แล้วก็มาเผาให้เป็นความร้อนใหม่ ไอ้ความร้อนที่มีมนุษย์ไม่ใช้แต่กลับไปเอาพลังงานที่ธรรมชาติไม่ต้องการที่ เขาเอาไปยัดใส่ไว้ใต้โลกมาใช้ เพียงเพราะมนุษย์ควบคุมพลังงานนี้ได้
สาบศูนย์: แล้วอย่างนี้มนุษย์จะอยู่ได้หรอครับ ถ้าไม่ใช้พลังงานไฟฟ้ากับน้ำมัน
สาบสิบ: คุณสาบศูนย์เคยศึกษาเรื่องวิถีไทยมั้ย คนไทยสมัยก่อนเขาใช้ปัญญา รู้จักใช้ทรัพยากรที่ธรรมชาติให้มา เขารู้ว่าควรจะปลูกบ้านโดยหันหน้าบ้านไปในทิศทางที่รับลม เพื่อจะให้บ้านเขามีลมพัดเย็นสบาย เขารู้ว่าแสงแดดทำให้ผ้าแห้งก็เอาผ้าไปตากแดด เขารู้ว่าไม้โกงกางเป็นไม้วิเศษ เป็นไม้เนื้อแกร่ง เป็นพืชที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วที่สุดในโลก เขาเลยเอามาทำเป็นเชื้อเพลิง เขารู้ว่าไม้ซากเป็นไม้ที่สามารถให้อุณหภูมิสูงถึง 2,000 กว่าองศา เขาก็เอาไม้ซากไว้หลอมโลหะ เผาเหล็กน้ำพี้ตีดาบ เขารู้ว่าพืชสมุนไพรเป็นยาเขาก็ปลูกเอาไว้ในบ้าน เขารู้ว่าของที่บ้านเขามันเหลือกินเหลือใช้แล้วก็เอาใส่เรือมาแลกกัน เกิดเป็นวิถีธุรกิจของคนไทยที่สร้างสุขให้กัน เกื้อกูลกัน เพราะฉะนั้นในวิถีชีวิตคนไทยเขาอยู่ได้สบายโดยไม่ต้องพึ่งพลังงานพวกนี้เลย
สาบศูนย์: อย่างนี้คนไทยก็สบายเลยสิครับ
สาบสิบ: คนไทยสมัยนี้ไม่สบายหรอก แต่คนไทยสมัยนี้เขาควรจะสบาย ถ้าเขาเข้าใจ แล้วก็ปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ใช้ทุกอย่างที่ธรรมชาติให้มาให้ได้ประโยชน์สูงสุด เหมือนในวิถีไทยเดิมที่ทำให้คนไทยพึ่งตนเองได้หมด แต่คนไทยกลับมองว่ามันไม่ทันสมัย เฮาต้องพัฒนา ก็หันมาใช้ของที่พัฒนาอย่างเทคโนโลยี เลยเป็นการทำลายศักยภาพในการพึ่งตนเองของคนไทยออกหมดเลย ที่จริงแล้วพัฒนา แปลว่า พึ่งตนเอง development คือ self survive ไม่ใช่ modernize เพราะการ modernize มันเป็นเหมือนคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา เราก็ต้องเปลี่ยนศักยภาพในการใช้ชีวิต เลยทำให้ปัจจัยต่างๆ ที่อยู่รอบชีวิตเราใช้ไม่ได้ เหมือนเรามีขาไว้เดิน แต่เราไม่ใช้ พอเราไม่ใช้มันก็อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะพึ่งตนเองไม่ได้ในที่สุด
สาบศูนย์: แล้วถ้ามนุษย์เขายังเป็นอย่างนี้ต่อไป ธรรมชาติจะช่วยให้โลกกลับมาสู่จุดสมดุลเองได้มั้ย
สาบสิบ: โลกมันจะปรับตัวมันเอง มนุษย์จะยอมให้ปรับตัวมั้ยล่ะ วิธีปรับตัวของโลกมันฉลาด มันรู้ว่าอะไรเป็นตัวการ มันก็กำจัด ทีนี้ล่ะ มนุษย์ก็จะรักธรรมชาติ และเห็นคุณค่า เพราะคุณค่าของความรักอยู่ที่การพลัดพราก
สาบศูนย์: แต่มันคงอีกนานนะครับ อีก 40 ปี ถ้าผมได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ โลกก็คงยังไม่ปรับตัวมั้ง
สาบสิบ: แน่ใจ? คุณรู้มั้ยว่าจะต้องอยู่อีกกี่ปี คุณต้องอยู่อีกล้านล้านล้านปี เพราะเวลาของโลกเราเนี่ย 1 วันมี 24 ชั่วโมง 24 ชั่วโมง คือการที่โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ และโลกเราอยู่ในจักรวาล จักรวาลก็หมุนรอบตัวเอง ซึ่ง 1 รอบของจักรวาลที่หมุนคือ 1018 ปีโลก 106 ก็ล้าน เพราะฉะนั้นถ้าคุณไปเกิดเป็นมนุษย์ คุณต้องอยู่อีกหนึ่งล้านล้านล้านปี อย่าคิดว่าหนีพ้น คุณจะเกิดดับ เกิดดับ เกิดดับ ไม่มีวันหนีไปไหน
สาบศูนย์: แล้วมนุษย์จะสู้โลกร้อนได้ยังไงล่ะครับ
สาบสิบ: การที่จะอยู่ได้ในโลกร้อน มนุษย์ต้องอยู่ให้เหมือนแมลงสาบไง อย่างที่บอกว่าชีวิตเราไม่มีข้อจำกัด พึ่งตนเองมาตลอด เราถึงอยู่รอดได้มาจนทุกวันนี้ ถ้าหากมนุษย์พยายามปรับชีวิตให้ยืนหยัดด้วยขาของตัวเอง ด้วยความคิดของตัวเอง ด้วยมือด้วยเท้าของตัวเอง ไม่ไปติดกับปัจจัย หรือเทคโนโลยีต่างๆ คือปรับตัวให้มีวิถีที่เป็นคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์จะไม่เดือดร้อนเลย ไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง


ผมอยากให้คุณรู้เท่านี้แหละครับ
ด้วยความปรารถนาดีจาก สาบศูนย์

=======================================================================

บทความข้างต้นได้คัดลอกมาจาก
จากคุณ Lonelyiped  http://lonelyiped.multiply.com
และนี้เป็นบทความที่ถูกเขียนและเผยแพร่จากโครงการ

April Truth’s Day


.......................................................................................................................................................
ขอนอกเรื่องนิดนึงครับ ฮ่าๆ
ถ้าหากว่าถึงคราวที่ดาวดวงนี้จะต้องแตกดับขึ้นมาจริงๆ
เราจะทำอะไรกันดีอะครับ
(อย่างน้อยผมก็แอบรู้สึกว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมานี้เจอเหตุการณ์อะไรเยอะจริงๆ แหะ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการ จากโทรศัพท์บ้านแบบหมุน มาเป็นเพจเจอร์ มาเป็นมือถือแบบกระเป๋าหิ้ว แล้วสุดท้ายก็มาเป็นมือถือเครื่องจิ๋ว ได้เห็นฝนดาวตกที่นักดาราศาสตร์ชอบบอกกันนักว่าอีกหลายสิบหลายร้อยปีมันจะตก กันสักครั้ง ได้เห็นสุริยุปราคา ได้อยู่ในช่วงกาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากมาย ได้เห็นทีวีแบบกดเปลี่ยนช่องด้วยมือ มาเป็นรีโมท มาเป็นจอโต มาเป็นจอแบน ได้เห็นคอมพิวเตอร์จากคอมบ้านเล่นอะไรไม่ได้ กลายมาเป็นศูนย์รวมความบันเทิงเคลื่อนที่(โน๊ตบุค) ได้เห็นโลกแคบลงด้วยอินเตอร์เน็ต ได้เห็นผู้คนรอบข้างลาจาก และการผ่านเข้ามาของผู้คนอีกมากมายเช่นกัน)

...อืม...(เว้นช่องว่างไว้คิด)...

ทไรกันดีอะครับ...

กี้! กี้!

posted on 03 Dec 2008 01:13 by chaiha
"พวกเรา ลุย!!"
"กี้ๆๆๆๆ"
พลุ๊ก! พลั๊ก! อุ๊ก! อ๊าก!

ไม่ทันจะสิ้นเสียงหัวหน้า ผมก็นอนแอ้งแม้ง มองฟ้าซะแล้ว
ทำไงได้ครับ ชีวิตผู้ร้ายตัวประกอบ แค่จะแตะตัวเหล่าพระเอกยังทำยากเลยครับ
เพิ่งจะได้วิ่งออกมาเปิดตัวได้ไม่ถึงหนึ่งนาที ก็โดน ถีบ เตะ ต่อย
ทำอย่างกับโกรธแค้นกับมาแต่ชาติปางก่อน
ลูกกระจ๊อกอย่างผม ก็มีหน้าที่แค่ วิ่งไปรับมือ รับเท้าเหล่า ฮีโร่เหล่านั้น
ดูซิครับ นอนกันเกลื่อนกลาด
"โอยยยย โอยยย"
อ้าว นั่น สงสัย จะมาใหม่ยังไม่ชินละซิ ร้องโอดโอย เชียว
"เดี๋ยวก็ชินน่า ไอ่น้อง พี่อะชินแล้ว เดี๋ยวสักพักพวกเราก็หายไปจากจอกันแล้ว อดทนไว้"
ตูม!!
เสียงหัวหน้าผม โดนยิงด้วยท่ารวมร่างกันของเหล่ายอดมนุษย์
ไม่ต้องตกใจไปครับ เดี๋ยวก็มีก๊อกสอง แปลงร่างกันตัวใหญ่อีกตามสูตร เหมือนกันทุกตอนแหละครับ
ผมชินแล้ว...

ป.ล. ผมแอบอยากเอารูปมาลงประกอบด้วยนะครับ แต่ต้องทำใจครับ ตัวประกอบมันหารูปยาก เฮ้อ...

นายแว่น [8-|]  เขียน 1:10 น วันที่ 3 ธันวาคม 2551

edit @ 3 Dec 2008 10:26:04 by chaiha